ตั้ง แต่วันที่ ๒๔
เรื่อยมาจนถึงวันที่ ๒๗ กพ. ผมได้รับ ข้อความ และจดหมายอวยพรให้มีความสุขวันเกิด
ผมได้อ่านของทุกๆคน และดีใจมากที่มีพี่ๆเพื่อนๆ น้องๆอวยพร ไม่ได้ลืมวันเกิดผม
และคราวนี้ ก็ตั้งใจจะตอบขอบคุณพร้อมๆกันทุกคน
แสดงว่า ๖๘ ปีของผมจากไปแล้ว และไม่สามารถเรียกวันเวลาเหล่านั้น
กลับมาอีก จะต้องมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ เหลือแต่ความทรงจำที่ดีๆ เวลาไปศูนย์การค้า
เห็น หนุ่มๆ สาวๆ เด็กๆ เขาเดินคู่กัน เล่นกันอย่างสนุกสนาน
ผมก็เคยคิดคำนึงในใจคนเดียวว่า เราเคยมีวันเหล่านั้น แบบนั้น
แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว
เมื่อปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นเวลาที่ผมได้มีโอกาสเรียน วปรอ. ในปีนั้น
ผมได้เขียน จดหมายปีใหม่ให้กับพี่ๆเพื่อนๆน้องๆ พอดีได้มีโอกาสมาอ่านอีกครั้ง
ยังคิดว่าเราคิดเขียนมาได้ยังไงนะ เขียนดีจริงๆ (แฮ่ะๆ) ผมได้เขียนว่า
ความสุของเราเป็นแบบไหน สำหรับผมเห็นว่า เงินทอง ฐานะ ตำแหน่งหน้าที่
และโอกาสเป็นของนอกกายที่เรามีประกอบชีวิตเราแค่ช่วงหนึ่งๆ หลายๆคนโชคดี
เกิดมาในกองเงินกองทอง บางคนก็มีชีวิตราบรื่นที่น่าอิจฉา
พบเห็นหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จ มีฐานะดีมากๆ มีบ้านสวยงาม
แต่อยู่ไปไม่นาน เกิดป่วยเป็นมะเร็ง ต้องจากไปในเร็ววัน น่าเสียดายสรวงสวรรค์ที่สร้างไว้
แต่อยู่ใช้ชีวิตกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้นาน ความเป็นปกติไปนานๆ
สุขภาพดีๆนั่นต่างหากที่เป็นความสุขที่แท้จริง ผมเคยนอนในรถเข็นที่โรงพยาบาล
เพิ่งออกจากห้องผ่าตัด ขณะที่ถูกเข็นอยู่นั้น เห็นคนเดินผ่านไปมา แข็งแรงสดชื่น
ความปรารถนาของผมตอนนั้น ขอแค่ให้เป็นคนปกติ
เหมือนกับคนที่เดินผ่านไปมาเท่านั้น
ลองไปถามคนเป็นมะเร็งดู ว่าเขามีความอยากได้อะไร ปรากฎว่า
เขาอยากได้ความเป็นปกติกลับคืนมาเท่านั้น
ไม่อยากจะเชื่อว่า เรามีชาติก่อนชาติหน้า
แต่เห็นคนมีความแตกต่างกันมาตั้งแต่เกิด บางคนเกิดมามีบุญ ได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ
และบางคนก็โชคร้าย เกิดมาก็พบแต่ความลำบากยากเข็น เป็นกรรมตั้งแต่เมื่อใด
และที่แน่ๆคือ เกิดมาแล้ว ชาตินี้ ก็ยังทำกรรมที่ไม่ดีต่อไปอีก อนาคตต่อไป
ต้องเจอการชดใช้ที่แน่นอน บางครั้งคนทำไม่ได้รับกรรม แต่กรรมนั้นส่งไปที่ลูกหลานก็เป็นได้
แต่คนที่ทำความดี จิตใจสดชื่น เบิกบาน ทำให้สุขภาพดี แข็งแรง ได้รับแต่สิ่งดีๆ
แบบนี้ ใช่ไหมครับ ที่เราทุกคนปรารถนา และสิ่งที่ดีๆที่เราทำก็ส่งผลไปที่ลูกหลาน
ให้ได้รับแต่สิ่งที่ดีๆเช่นเดียวกัน
หน้าหนาวกำลังผ่านไปอย่างอาลัย วันเวลาหมุนเวียนผันเปลี่ยน
เราก็คอยหน้าหนาวให้กลับมาอีก ผ่านไปเป็นปีๆ ปรากฎว่า คอยหน้าหนาวหน้าร้อนเพลินๆ
เผลอนิดเดียว เข้าๆไป ๖๘ ปี และเหลืออีกไม่นานก็อำลากันแล้ว ตอนนี้
ก็ขอตั้งจิตปรารถนาให้ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ประสบแต่สิ่งที่ดีๆ ตามกรรมดี
ที่ทุกคนต่างก็สร้างสมไว้ ไม่มีใครอยากทำชั่วหรอก
ต้องมีเหตุปัจจัยอะไรสักอย่างมาดลใจ ถ้าเราพยายามเข้าใจ และอภัย เราก็จะมีความสุข
การอภัยเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่มาก ยังไง
พยายามทำปัจจุบัน (วันนี้) ให้ดีที่สุด แต่ที่เคยดื่มกิน ทำอะไรมันๆ
ก็อาจจะต้องทำระลึกถึงความหลังบ้าง มิใช่ บวชถือศีลแต่อย่างเดียว
ผมดูทางโทรทัศน์ และรูปในหนังสือต่างๆ เห็นประเทศในอัฟริกา ผู้คนอดอยาก
เห็นเด็กๆหิวโหย เหลือแต่กระดูก เหมือนกระดูกหุ้มหนัง เดินไม่ไหว
ต้องรับกรรมโหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์ในป่า ทุกครั้งที่เห็นนั้น ทำให้ผมคิดมาก
อยากไปทำอะไรสักอย่าง เราช่วยคนจนในประเทศเรา ซึ่งถ้าเทียบกับพวกเขาเหล่านั้น
ยังน่าสังเวช เวทนามากกว่า อยากให้มีกลุ่มของเราคนไทย
ที่ไปวางแผนช่วยเหลือคนอดอยากโดยเฉพาะเด็กๆที่โน่นบ้าง ว่าจะทำอย่างไรดี
ให้ปัญหาของพวกเขาเหล่านี้ เบาบางลงไป ที่เมืองไทย ยังไงก็มีกินมีใช้อยู่บ้าง
เมตตาคืออาทรคนทั้งหลาย มุ่งหมายให้เขานั้นมีความสุข
กรุณา
หวังให้คนพ้นความทุกข์
และช่วยปลุกปลอบใจให้เปรมปรีดิ์
มุทิตา ยินดีที่ผู้อื่น ได้ชมชื่น
รับเกียรติและศักดิ์ศรี
อุเบกขา ใจเป็นกลาง
ในทางดี ยึดหลักที่เที่ยงธรรมด้วยปัญญา
ชวาลวุฑฒ
ไชยนุวัติ (บู๊ คนเคยหนุ่ม)
